TIPS & TECHNIQUES

อัพเดตข่าวสาร และเคล็ดลับในการดูแลรถยนต์ของคุณ

5 วิธีกำจัดกลิ่นบุหรี่กวนใจในรถ!

     ผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อยที่มักจะสูบบุหรี่ขณะขับรถ โดยส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าการเปิดกระจกรถแล้วสูบบุหรี่ไปด้วยนั้น ลมจะช่วยพัดเอากลิ่นบุหรี่ออกไปด้านนอก ทำให้ห้องโดยสารไม่เหม็น แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้วการที่เปิดกระจกรถไว้นั้น ยิ่งทำให้ควันบุหรี่โถมเข้าสู่ห้องโดยสาร ทำให้กลิ่นนั้นติดแน่นมากขึ้น ซึ่งปัญหากลิ่นควันบุหรี่ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก โดยเฉพาะการกำจัดกลิ่นนี้ให้หมดไป วันนี้เรามีวิธีกำจัดกลิ่นบุหรี่มาฝากกันครับ

1. สเปร์ยปรับอากาศ

     เชื่อว่าเป็นทางเลือกอันดับแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงในการขจัดกลิ่นต่างๆ ซึ่งก็จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 ชนิด คือ สเปร์ยสร้างกลิ่นและสเปร์ยดับกลิ่น แนะนำว่าให้เลือกเป็นสเปร์ยดับกลิ่นมาใช้นะครับ ฉีดให้ทั่วรถ โดยเฉพาะในช่องแอร์และซอกต่างๆ จากนั้นปิดประตูทิ้งไว้ 1 คืน เมื่อจะใช้รถก็ให้เปิดกระจกเพื่อระบายอากาศออกให้หมด ถ้ากลิ่นไม่หนักหนามากก็น่าจะช่วยได้ประมาณนึงครับ

2. ทำความสะอาดที่เขี่ยบุหรี่ภายในรถ

     ให้นำที่เขี่ยบุหรี่ออกมาทำความสะอาดและทิ้งขี้บุหรี่อย่างสม่ำเสมอ หรืออีกหนึ่งวิธีที่อยากจะแนะนำคือการใช้เบคกิ้งโซดาโรยลงก้นที่เขี่ยบุหรี่ในรถ ซึ่งจะสามารถช่วยขจัดกลิ่นจากขี้บุหรี่ไม่ให้ฟุ้งไปทั่วรถได้เหมือนกันครับ

3. ทำความสะอาดภายใน

     เมื่อฉีดสเปร์ย์ภายในแล้ว กรณีที่กลิ่นบุหรี่ไม่มาก กลิ่นก็อาจจะหายทันที แต่อย่าลืมว่าควันบุหรี่นั้นสามารถเข้าไปสะสมอยู่ในทุกๆ ที่ โดยเฉพาะพรมในรถ ควรนำออกมาซักให้สะอาด รวมถึงชุดพลาสติกภายในต่างๆ โดยเฉพาะกระจกและแผงประตู ก็เป็นที่เกาะของควันบุหรี่เช่นกันครับ ซึ่งในการขจัดกลิ่นออกนั้น สามารถใช้น้ำเปล่าผสมกับน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือใช้แอลกอฮอลล้างแผล 1 ช้อนผสมกับน้ำเปล่า และถ้าหากมีคราบน้ำมันจากไส้บุหรี่ตกค้าง ให้ผสมน้ำส้มสายชูอีก 1 ช้อนชา จากนั้นเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้ง ก็จะช่วยให้คราบน้ำมันติดออกมาได้ง่ายขึ้นครับ ส่วนบริเวณใดที่เป็นกระจกให้ใช้น้ำยาเช็ดกระจกทั่วไป เมื่อเสร็จแล้วก็อย่าลืมจัดการเคลือบ ด้วยน้ำยาเคลือบเงาพลาสติกอีกสักนิดนะครับ

4. หาเครื่องฟอกอากาศติดรถ

     เดี๋ยวนี้หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นเครื่องฟอกอากาศพกพาสำหรับรถยนต์ อันนี้ก็สามารถช่วยขจัดกลิ่นและขจัดเชื้อโรคได้นะครับ แม้ราคาค่อนข้างสูง แต่ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบสูบบุหรี่ในรถอยู่บ่อยๆ ควรมีไว้ติดรถไว้และทำการฟอกความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

5. ทำความสะอาดระบบแอร์

     ส่วนใหญ่แล้วต้นตอของปัญหาเรื่องกลิ่นนั้น มีปัญหาหลักอยู่ที่ตู้แอร์ซึ่งเป็นที่ๆ อากาศถูกนำไปปรับอุณหภูมิให้เย็นสบาย อากาศที่มีควันบุหรี่เจือปนจะมีสิ่งไม่พึ่งประสงค์ต่างๆ ติด เพราะฉะนั้นควรนำรถไปล้างตู้แอร์บ้าง ซึ่งในปัจจุบันมีการล้างตู้แอร์แบบใหม่ที่ไม่ต้องถอดตู้แอร์ออกมา ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมา ก็จะทำให้กลิ่นหายไปอย่างแน่นอนครับ

     อย่างไรก็ตาม การรักษาความสะอาดภายในรถนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรจะดูแลทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรสูบบุหรี่ขณะขับรถนะครับ เพราะไม่เพียงแต่จะมีกลิ่นบุหรี่เกาะติดอยู่เท่านั้น แต่ยังมีสารก่อมะเร็งเป็นของแถมติดอยู่ในรถด้วย เมื่อมีผู้โดยสารหรือมีเด็กขึ้นรถไปด้วย ก็อาจได้รับสารดังกล่าวเป็นการทำร้ายสุขภาพทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นทางอ้อมครับ