TIPS & TECHNIQUES

อัพเดตข่าวสาร และเคล็ดลับในการดูแลรถยนต์ของคุณ

5 สิ่งในรถยนต์ที่ควรเช็ค ต้อนรับหน้าฝน!

     ช่วงนี้เรียกได้ว่าฝนตกเกือบทุกวันกันเลยทีเดียว การใช้รถใช้ถนนก็ยิ่งต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นมากกว่าปกตินิดนึงนะครับ ที่สำคัญต้องหมั่นเช็คหรือตรวจสภาพรถให้มีความสมบูรณ์ พร้อมที่จะออกไปลุยฝน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากตัวรถหรือลดความเสี่ยงลงได้ วันนี้เราเลยมีข้อแนะนำกันเบื้องต้นว่าควรตรวจอะไรบ้างในรถของเรา เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยครับ

1. ใบปัดน้ำฝน

     ขึ้นชื่อว่าหน้าฝน อุปกรณ์ที่จำเป็นและเกิดมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะคือใบปัดน้ำฝน โดยอายุเฉลี่ยของใบปัดน้ำฝนนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี แต่สภาพอากาศของบ้านเรานั้นส่วนใหญ่จะร้อนถึงร้อนมาก ยิ่งหากใครจอดรถกลางแดด ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ยางใบปัดเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ จะสังเกตได้จากยางที่แข็งและปัดน้ำฝนได้ไม่สะอาด ดังนั้นจึงควรตรวจเช็คด้วยการฉีดน้ำล้างกระจก เพื่อดูว่ายังคงปัดน้ำได้เกลี้ยงหรือไม่ หากเสื่อมสภาพจริงๆ ก็ควรรีบเปลี่ยน ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเองได้ โดยสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายอะไหล่ทั่วไปหรือศูนย์ให้บริการ เพื่อวิศัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีขึ้นนะครับ

2. ระบบเบรก ABS

     สำหรับรถยนต์บางรุ่นจะมาพร้อมระบบเบรก ABS ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อคตายเมื่อเหยียบเบรกเต็มแรง ซึ่งมีประโยชน์มากบนถนนเปียกลื่น เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องการหยุดรถอย่างฉับพลัน ผู้ขับขี่จะยังคงสามารถควบคุมทิศทางตัวรถ เพื่อหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวางข้างหน้าได้ วิธีตรวจเช็คให้ลองหาถนนโล่งๆ และปลอดภัย (หากเป็นถนนเปียกหรือมีทรายอยู่บ้างจะดีมาก) ขับรถด้วยความเร็วราว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นให้เหยียบเบรกเต็มแรง หากได้ยินเสียงดังจากช่วงล่าง และมีแรงสะท้านที่แป้นเบรกเป็นจังหวะถี่ๆ แสดงว่าระบบเบรก ABS ยังคงทำงานได้ดี แต่หากได้ยินเสียงยางบดถนนดังเอี๊ยดยาวๆ แสดงว่าระบบ ABS มีปัญหา ให้รีบนำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น

3. ไฟส่องสว่างรอบคัน

     สิ่งที่มาคู่กับหน้าฝนนั้น คือสภาพอากาศและทัศนวิสัยที่แย่ จำเป็นที่จะต้องมีระบบไฟส่องสว่าง เข้ามาช่วยส่องนำทาง ดังนั้นระบบไฟจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในขณะฝนตก ดังนั้นจึงควรตรวจเช็คหลอดไฟทุกจุด ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว รวมถึงไฟตัดหมอกหน้า-หลัง เพราะจะช่วยให้รถคันอื่นสามารถมองเห็นเราได้ง่ายขึ้นท่ามกลางทัศนวิสัยที่ย่ำแย่

4. น้ำยาเคลือบกระจก

     หลายๆ คนอาจมองข้าม และไม่ค่อยให้ความสำคัญกับน้ำยาเคลือบกระจกมากนัก ซึ่งจริงๆ แล้วน้ำยาเคลือบกระจกนั้นมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก เพราะจะทำหน้าที่เคลือบกระจกให้น้ำฝนนั้นไหลผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกาะกระจก ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเห็นได้ชัดเจนและมีทัศนวิสัยที่ดีขึ้น ถ้าฝนตกไม่หนักมาก บางทีก็อาจจะไม่ต้องใช้ใบปัดน้ำฝนเลยก็ได้

5. ยางรถยนต์

     ดอกยางถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยบนถนนเปียก หากดอกยางเหลือน้อยจะทำให้หน้าสัมผัสถนนเหลือน้อย ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการรีดน้ำต่ำลง เป็นเหตุให้รถไม่เกาะถนน ลื่นไถลได้ง่าย ยางที่ดีควรมีดอกยางเหลือไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และต้องไม่มีรอยปริแตก โดยเฉพาะบนแก้มยาง ซึ่งปัจจุบันบริษัทยางรถยนต์ได้ออกแบบยางรถยนต์แบบพิเศษ ที่ช่วยรีดน้ำได้มากขึ้นออกมาวางจำหน่าย เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้ขับขี่ได้เลือกใช้

     ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการขับรถหน้าฝนก็คือการขับรถควรใช้ความเร็วต่ำกว่าปกติ เว้นระยะห่างคันหน้าให้มากขึ้น เปิดไฟ และมีน้ำใจแก่ผู้ร่วมทาง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การขับขี่ในหน้าฝนปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ